1. Amazfit GTR 4

SmartWatch รุ่นไหนดี
Amazfit ถือเป็นแบรนด์ที่ทำ Smart Watch ออกมาได้น่าใช้งานมากๆ และได้รับความนิยมสูง จนถึงตอนนี้ก็ได้มีรุ่นใหม่ออกมาแล้ว อย่าง Amazfit GTR 4 ที่มาในดีไซน์หน้าปัดกลม ดูทันสมัย เท่ และเรียบหรูไปด้วยในตัว สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครัน น่าใช้งาน โดยในรุ่นนี้มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน คือ Grey, Black และ Brown
สเปคคร่าวๆ
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล, 326PPI
- หน้าจอกระจกนิรภัย เคลือบ Anti-fingerprint ป้องกันรอยนิ้วมือ และป้องกันแสงสะท้อน
- มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Zepp OS 2.0
- เฉพาะตัวเรือน น้ำหนัก 34 กรัม
- แบตเตอรี่ขนาด 475mAh ใช้งานได้ยาวกว่า 14 วัน มาพร้อม Battery Saver Mode
- มี Watch Face เลือกกว่า 200 แบบ
- รองรับ Always-on Display
- รองรับการใช้งาน Alexa
- รองรับการกันน้ำได้ลึกในระดับ 50 เมตร (5ATM) รองรับการวัด Heart Rate ในขณะว่ายน้ำ
- รองรับฟีเจอร์ SpO2 หรือออกซิเจนในเลือด
- รองรับการวิเคราะห์การออกกำลังกาย
- รองรับการตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ
- รองรับการตรวจสอบการนอนหลับ
- รองรับการตรวจจับความเครียด
- รองรับโหมดกีฬากว่า 150+ โหมด
- รองรับการประเมินสุขภาพ PAI
- รองรับฟีเจอร์ การค้นหาโทรศัพท์, นาฬิกาจับเวลา, Pomodoro, พยากรณ์อากาศ, การแจ้งเตือนการยืน, การแจ้งเตือนแอพต่างๆ จากสมาร์ทโฟน, แจ้งเตือนสายเรียกเข้า, ปลดล็อกโทรศัพท์, ไฟฉาย, โหมดห้ามรบกวน, การควบคุมการฟังเพลง เป็นต้น
- รองรับการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชัน Zepp
- รองรับการพูดคุยโทรศัพท์ผ่านทาง SmartWatch
สิ่งที่น่าสนใจ
สมาร์ทวอช Amazfit GTR 4 รุ่นนี้ออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานมากยิ่งขึ้น น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ถึงแม้จะมีดีไซน์ที่คล้ายเดิม แต่ก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม มีโหมดการใช้งานและฟีเจอร์ต่างๆ มาให้ครบครัน การตรวจจับการเคลื่อนไหว การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ทำออกมาได้ค่อยข้างดีพอสมควร อีกทั้งยังสามารถพูดคุยโทรศัพท์โดยตรงผ่านทางตัวนาฬิกาได้เลยด้วย
ข้อสังเกต
เบื้องต้นนั้น การแจ้งเตือนต่างๆ รองรับการใช้งานภาษาไทย แต่อย่างไรก็ตาม ตัวอักษรพิเศษนั้นยังไม่สามารถอ่านได้ ซึ่งต้องรอการอัปเดตปรับปรุงระบบต่อไป นอกจากนี้ แบตเตอรี่ค่อนข้างหมดไวหากใช้พูดคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน
ราคา ประมาณ 7,190 – 7,990 บาท
2. Samsung Galaxy Watch 5
Samsung Galaxy Watch 5 นาฬิกา Smart Watch จากทาง Samsung รุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย รวมไปถึงฟีเจอร์การวัดความดันโลหิต โดยรุ่นที่เราได้นำมาแนะนำกันนั้นเป็นรุ่น Bluetooth มาที่มาพร้อมหน้าปัดกลม กระจกหน้าจอที่ใช้วัสดุ Sapphire crystal มีความแข็งแรงทนทาน มาพร้อมจอภาพ Super AMOLED ที่มีการแสดงผลที่คมชัดเป็นอย่างมาก สำหรับ Galaxy Watch 5 มาพร้อมเซ็นเซอร์มากมายไม่ว่าจะเป็น การตรวจวัดแสง, การวัดหัวใจแบบ Optical, เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้า, Gyroscope, การตรวจจับการเคลื่อนไหว, มาตรวัดความดันอากาศ, เซ็นเซอร์การวิเคราะ BIA เป็นต้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชันในการใช้งานสำหรับการเป็น นาฬิกาออกกำลังกาย 2023 อย่างครบครัน
สเปคคร่าวๆ
- หน้าปัดกลม ขนาด 40 mm, 44 mm., ตัวเรือนใช้วัสดุ Aluminium
- รองรับโหมดออกกำลังกายกว่า 90 โหมด
- แบตเตอรี่ Lithium Ion สามารถใช้งานยาวนานได้ต่อเนื่อง 5 วัน, รองรับการชาร์จเร็วและชาร์จไร้สาย
- มี GPS, NFC ฯลฯ
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น 5ATM + IP68 และมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810G
- รองรับการใช้งานร่วมกับแอพ Samsung Health
- รองรับการวัดระดับความเครียด
- มีฟีเจอร์ช่วยวัด Body Composition
- รองรับการวัดคุณภาพการนอน
- รองรับการดาวน์โหลดแอพพลิเคชันมาใช้งาน เช่น LINE, Google Maps
- มีไมโครโฟน, ลำโพงในตัว
สิ่งที่น่าสนใจ
Samsung Galaxy Watch 5 เป็นอีกหนึ่งนาฬิกาออกกำลังกาย 2023 ที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Android อย่าง Samsung ที่สามารถใช้งานร่วมกับนาฬิกาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งตัวนาฬิกายังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่รองรับการใช้งานอย่างครบครัน
ข้อสังเกต
สำหรับรุ่นนี้นั้นการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ใน iOS อาจจะมีข้อจำกัดที่มากกว่า แต่สำหรับ Android สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่า
ราคา: 9,990 บาท
3. Suunto 7

Smart Watch จากแบรนด์ SUUNTO อย่าง SUUNTO 7 ที่ต้องบอกเลยว่าตัวนี้ก็เป็นนาฬิกาออกกำลังกาย 2023 อีกรุ่นที่น่าสนใจมากๆ ออกแบบมาด้วยดีไซน์ทันสมัย สวมใส่ได้ในทุกโอกาส มาพร้อมกับฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆ ครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งการออกกำลังกายและส่วมใสใช้งานทั่วไป มีให้เลือกกว่า 5 สีสัน ไม่ว่าจะเป็น All Black, Black Lime, Graphite Copper, Sandston Rosegold และ White Burgundy
สเปคคร่าวๆ
- หน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล ความสว่าง 1000nits
- น้ำหนัก 70 กรัม
- มีมาตรฐานกันน้ำกันได้ถึง 50 เมตร
- แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงถึง 48 ชั่วโมง
- รองรับโหมดกีฬากว่า 70 โหมด
- รองรับการแจ้งเวลาพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกผ่านทางหน้าจอ
- มี GPS, GLONASS, BEIDOU, QZSS ในตัว
- รองรับการแสดงผลแผนที่สีได้เต็มรูปแบบ
- รองรับการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดความสูงด้วยความดันอากาศ
- รองรับการตรวจจับคุณภาพการนอน, นับก้าว, แคลอรี่
- รองรับการแจ้งเตือนสายเรียกเข้า แจ้งเตือนข้อความ ฯลฯ
- รองรับ Wear OS จาก Google
- รองรับ Adventure function สำหรับการวางแผนการเดินทาง สามารถใช้งานร่วมกับแอพ 3D Map ได้
- มีระบบ GPS Navigation
สิ่งที่น่าสนใจ
SUUNTO 7 เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทวอทช์ที่น่าซื้อมาใช้งาน ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์ไสตล์ และการออกกำลังกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตรวจจับวัดค่าต่างๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบการออกกำลังกาย
ข้อสังเกต
โดยรวมนั้นฟีเจอร์ที่มีมาให้ค่อนข้างครบครัน แต่หากเทียบกับสมาร์ทวอชแบรนด์อื่นๆ SUUNTO 7 จะออกไปทางการเน้นการออกกำลังกายมากกว่าไลฟ์สไตล์ อีกทั้งยังเน้นไปที่การใช้งานร่วมกับ Android มากกว่า iOS ถึงแม้ว่าจะรองรับทั้งการใช้งาน iOS และ Android แต่ Android นั้นจะสามารถใช้งานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
ราคา: ประมาณ 8,900 บาท
4. Xiaomi Mi Band 7 Pro

ปกติเราจะคุ้นชินกับ Mi Band ที่เป็น Smart Band ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ฟีเจอร์เกินราคา ในรอบนี้ มาดูในรุ่นที่อัปเกรดขึ้นมาอย่าง Xiaomi Mi Band 7 Pro ที่มาในดีไซน์หน้าจอแบบสีเหลี่ยมขอบมน ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกาย รองรับฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การตรวจวัดความเครียด อัตราการเต้นของหัวใจ มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน
สเปคคร่าวๆ
- หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.64 นิ้ว ความละเอียด 280 x 456 พิกเซล, 326PPI ใช้กระจก 2.5D ที่มีความแข็งแรงทนทาน
- รองรับการทำงานระบบสัมผัสแบบเต็มหน้าจอ
- น้ำหนักตัวเครื่อง 20.5 กรัม
- แบตเตอรี่ขนาด 235mAh สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 20 วัน
- รองรับโหมดออกกำลังกายกว่า 117 โหมด
- รองรับการตรวจจับการเต้นของหัวใจ
- รองรับการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด
- รองรับการตรวจจับความเครียด
- รองรับการตรวจจับการนอนหลับ
- รองรับการประเมินสุขภาพ PAI
- รองรับการติดตามรอบเดือน
- รองรับฟีเจอร์รีโมทถ่ายภาพสำหรับสมาร์ทโฟน
- รองรับการควบคุมเพลง บันทึกภาพ รีโมทคอนโทรล ฯลฯ
- รองรับ GPS ในตัว
- รองรับการใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชัน Mi Fitness
สิ่งที่น่าสนใจ
สำหรับ Xiaomi Mi Band 7 Pro ถือว่าให้ฟีเจอร์การใช้งานมาครบครันมากๆ ทั้งการตรวจจับวัดค่าต่างๆ รวมไปถึงการออกกำลังกายที่มีให้เลือกมากมาย แถมยังมี GPS ในตัวด้วย ช่วยให้การออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่งนั้น สามารถทำได้ดีและมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ข้อสังเกต
สำหรับ Xiaomi Mi Band 7 Pro นั้นมีฟีเจอร์แสดงการแจ้งเตือน แต่ก็ไม่สามารถพูดคุยโทรศัพท์แบบ Bluetooth calling ผ่านทาง Smart Watch ได้
ราคา ประมาณ 2,299 บาท
