สิ่งที่เราต้องพึงระมัดระวังอย่างมากในช่วงนี้ไม่ใช่แค่การระบาดของโควิด 19 เพียงเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งภัยเงียบอย่าง “ไข้เลือดออก” โรคที่มากับหน้าฝนในทุกๆ ปีและมียุงลายเป็นพาหะ ที่เราต้องพึงระวังด้วยเช่นกัน ซึ่งอาการเบื้องต้นของโรคไข้เลือดออกนั้น อาจจะไม่ค่อยต่างจากโควิด 19 และ ไข้หวัดใหญ่สักเท่าไร แต่ถ้าได้ลองเจาะลึกไปถึงอาการอื่นๆ ที่มีร่วมกับอาการไข้ขึ้นสูง เช่น อาการทางผิวหนัง ที่มีจุดแดงๆ เล็กๆ คล้ายผื่นขึ้น กระจายตัวไปทั่วตามร่างกาย ให้คุณสันนิษฐานเบื้องต้นไว้ก่อนได้เลยว่านั่นคือ “ผื่นแดงไข้เลือดออก” ค่ะ ไม่ใช่โรคโควิด 19 หรือ ไข้หวัดใหญ่อย่างแน่นอน

ไข้เลือดออกจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
- ระยะแรก คือ ระยะ 3–7 วันที่มีไข้สูงถึง 38 – 40 องศาเซลเซียส ถึงแม้ผู้ป่วยจะรับประทานยาลดไข้ แต่ไข้ก็ยังคงสูงอยู่ดี ซึ่งอาการร่วมคือ ปวดเมื่อยตามตัว ตามกระดูก ข้อมือ ข้อเท้าต่างๆ หน้าแดง ตาแดง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร รวมไปถึงอาเจียน และปวดหัวร่วมด้วย แต่จะไม่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือไอ ซึ่งระยะนี้ของไข้เลือดออก ผื่นแดงจะยังไม่ขึ้นค่ะ
- ระยะสอง คือ ระยะที่เฝ้าระวังหรือระยะช็อค จะเป็นหลังจากมีไข้สูงมาแล้ว 3-7 วัน ซึ่งต่อจากนี้ไข้จะเริ่มลดลงอย่างฉับผัน มีผื่นแดงไข้เลือดออกขึ้น มีเลือดออกตาม อุจจาระ อ้วก และเลือดกำเดา ผู้ป่วยจะกลับมีอาการทรุดหนัก และเสี่ยงต่อการช็อก ระยะนี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอันตรายถึงชีวิตได้
- ระยะสาม คือ ระยะฟื้นตัวของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาถูกต้องและทันเวลา ซึ่งอาการจะเริ่มดีขึ้น เริ่มรับประทานอาหารและลุกนั่งได้ปกติ
- ตัวเล็ก สีดำ
- มีลายสีขาวที่ขา ท้อง และลำตัว
- ชอบอยู่ตามมุมมืดในบ้าน
- ออกหากินตอนกลางวัน
แนวทางป้องกันยุงลาย
