ส่องประวัติ การสำรวจ “เรือไททานิค” ในวันที่เรือดำน้ำไททันหายปริศนา
ประวัติเรือไททานิค หรือ เรืออาร์เอ็มเอส ไททานิค (RMS Titanic) ชนภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรแอตแลนติก จมลงในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2455 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) หลังจากออกเดินทางวันที่ 12 เมษายน
ไททานิค เป็นเรือเดินสมุทร สร้างเสร็จพร้อมให้บริการในปี พ.ศ.2455 จัดเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ หรือเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานั้น บุคคลที่มีฐานะร่ำรวยต้องการคมนาคมข้ามประเทศจึงเลือกใช้บริการ โดยมีกำหนดการออกจากท่าเรือที่เซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ไปยังนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เรือออกจากท่าได้ไม่กี่วัน ก็จมลงกลางมหาสมุทรท่ามกลางความช็อกของผู้คนที่ทราบข่าว
เรือไททานิค มีผู้โดยสาร 2,208 คน แบ่งเป็นลูกเรือ 860 คน ขณะเกิดเหตุ เรือบด หรือเรือช่วยชีวิต มีจำนวนไม่เพียงพอต่อผู้โดยสาร โศกนาฏกรรมครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวอังกฤษ ในทุกปีญาติพี่น้องของผู้รอดชีวิตจากเรือไททานิก ก็จะจัดพิธีรำลึกถึงญาติพี่น้อง ณ จุดที่ซากเรือไททานิคล่ม

"เรือที่ไม่มีวันจม"
ประโยคเชิญชวนสุดเร้าใจนี้ เป็นเหมือนคำโฆษณาของ เรือไททานิค เรือเดินสมุทรจากอังกฤษที่ได้ชื่อว่าใหญ่และหรูหราที่สุดในยุคต้นศตวรรษที่ 20 แต่เเล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เรือไทานิกได้จมลงในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2455 หลังชนกับภูเขาน้ำแข็งบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ
ข้อสงสัยสาเหตุที่ทำให้เรือไททานิคล่มเกิดจาก
1. อุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอ
การล่มของเรือไททานิค ระบุว่าเกิดจากการชนกันของเรือกับภูเขาน้ำแข็ง ส่วนความสูญเสียที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการบรรจุเรือชูชีพที่ไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้โดยสาร รวมถึงการฝึกฝนลูกเรือให้รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มีระบุกำหนดการเข้าวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2455 ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ผู้โดยสารและลูกเรือควรได้เข้ารับการฝึกซ้อมระบบความปลอดภัย แต่ถูกยกเลิกไปเนื่องจากปัญหาด้านการจัดการการสื่อสารด้วยวิทยุโทรเลข
2. ความขัดข้องทางเทคนิคการสื่อสาร
สมัยนั้นการเดินทางบนเรือเดินสมุทรใช้เวลานานนับเดือน การสื่อสารวิทยุโทรเลข เน้นบริการแก่ผู้โดยสารกับคนบนบกมากกว่า ไม่ได้จัดพื้นที่ไว้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยบนบก ภายหลังเกิดเหตุเรือไททานิกล่ม ระบบวิทยุการสื่อสารภาคพื้นทะเลกับเรือเดินสมุทร จึงให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านความปลอดภัยมากขึ้น
3. ความเร็วของเรือไททานิค
ผู้เชี่ยวชาญให้ความคิดเห็นว่า ที่เรือไททานิคต้องใช้ความเร็วเรือสูง ท่ามกลางการเดินทางผ่านธารน้ำแข็งนั้น เพราะต้องการให้เรือเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปได้เร็วขึ้น เนื่องจากปริมาณเชื้อเพลิงที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ จึงต้องการแล่นเรือให้เร็ว เพื่อย่นระยะทาง จึงทำให้ไม่สามารถหลบภูเขาน้ำแข็งที่เผชิญได้

เปิดประวัติการสำรวจ “เรือไททานิค” ในวันที่เรือดำน้ำหายปริศนา
- ปี 2528 (ค.ศ. 1985) – ไซต์ไททานิคถูกค้นพบโดยทีมอเมริกัน-ฝรั่งเศส
- ปี 2529 (ค.ศ. 1986) - ทำการสำรวจซากเรือ ทีมงานจาก Woods Hole Oceanographic Institution ได้บันทึกวิดีโอแรกของซากเรือลำนี้
- ปี 2530 (ค.ศ. 1987) - ภารกิจกู้ซากเรือครั้งแรกรวบรวมสิ่งของจากเรือไททานิคได้ 1,800 ชิ้น
- ปี 2538 (ค.ศ. 1995) - เจมส์ คาเมรอน เยี่ยมชมซากเรือ มีการใช้ฟุตเทจในภาพยนตร์เรื่องไททานิกของเขา
- ปี 2541 (ค.ศ.1998) - นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกไปดำน้ำที่นั่น
- ปี 2541 (ค.ศ.1998) - ยกส่วนของเรือไททานิคขึ้น
- ปี 2548 (ค.ศ.2005) - เรือดำน้ำที่มีลูกเรือ 2 ลำ ดำน้ำไปที่ซากเรือ
- ปี 2553 (ค.ศ.2010) - หุ่นยนต์อัตโนมัติทำแผนที่ไซต์เรือไททานิค
- ปี 2555 (ค.ศ.2012) - ซากเรือได้รับการคุ้มครองโดย Unesco
- ปี 2562 (ค.ศ.2019) - ยานดำน้ำลึก DSV ซึ่งตั้งชื่อว่ายาน Limiting Factor ลงสำรวจและถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีบริเวณซากเรือไททานิค ในรอบ 14 ปี
- ปี 2563 (ค.ศ.2020)– สหรัฐฯ และอังกฤษตกลงสนธิสัญญาคุ้มครองซากเรือไททานิค
- ปี 2564 (ค.ศ.2021)– OceanGate ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในการเข้าถึง
- ปี 2566 (ค.ศ.2023)– การสแกน ซากเรือด้วยระบบดิจิตอลขนาดเต็มครั้งแรก ถูกสร้างขึ้นโดยใช้การทำแผนที่ใต้ทะเลลึก
